โครงการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 59
📘 ปูพื้นฐานนิติวิธีมหาชนอย่างถูกต้อง
Core Legal Foundationปูพื้นฐานแนวคิดและวิธีคิดทางกฎหมายมหาชนอย่างถูกต้อง ซึ่งมีความแตกต่างจากกฎหมายเอกชน ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงาน (ทั้งนักกฎหมายและผู้ไม่ได้จบกฎหมาย) เห็นภาพรวมการบริหารงานภาครัฐทั้งระบบ วินิจฉัยข้อกฎหมายได้อย่างแม่นยำ
⚖️ เข้าใจหลักนิติรัฐและการคุ้มครองสิทธิ
Rule of Law & Rightsเจาะลึกการปกครองตาม "หลักนิติรัฐ" เพื่อป้องกันการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ พร้อมทำความเข้าใจกลไกและบทบาทขององค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เช่น ศาลปกครอง, ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
🏛️ รอบรู้กฎหมายปฏิบัติราชการและธรรมาภิบาล
Modern Governance Lawsอัปเดตและทำความเข้าใจกฎหมายบริหารจัดการภาครัฐรูปแบบใหม่ ทั้ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง, พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่, พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
🤝 ถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า
Focus on Expertsเรียนรู้โดยตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ตรงในสายงานกฎหมายมหาชน พร้อมสะท้อนมุมมองที่รอบด้านและครอบคลุมทุกบริบทการทำงานภาครัฐ
1. หลักการและเหตุผล
คณะนิติศาสตร์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานศาลปกครองจัดทำหลักสูตรอบรมกฎหมายมหาชนสำหรับบุคลากรภาครัฐและบุคคลทั่วไปในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการ แนวคิด และการบังคับใช้กฎหมายมหาชนอย่างถูกต้อง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมกฎหมายสำคัญ เช่น พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน
2. วัตถุประสงค์
1.เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความรู้ และเผยแพร่ความคิดและการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ
เกี่ยวกับกฎหมายมหาชน
2. เพื่อผลิตนักกฎหมายในภาครัฐและภาคเอกชนที่มีความเข้าใจพื้นฐานในทางกฎหมายมหาชน
ให้มีความรู้ความเข้าใจในแนวความคิดทางทฤษฎีกฎหมายมหาชน และการบริหารงานภาครัฐในเชิงระบบ ตลอดจนสามารถนำความรู้ความเข้าใจดังกล่าวไปปรับใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. เป็นการตระเตรียมบุคลากร เพื่อรองรับการเกิดขึ้นขององค์กรและแนวความคิดทางกฎหมายมหาชน
4. เพื่อยกระดับคุณภาพผู้ที่เป็นนักกฎหมายอยู่แล้วให้มีความรู้ทางกฎหมายเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น
3. กลุ่มเป้าหมาย
3.1 ผู้สมัครจากหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ
เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคลากร
ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งดำรงตำแหน่งนิติกร ตำแหน่งด้านการบริหารงาน หรือตำแหน่งอื่นที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การบริหารราชการ การกำกับดูแล การจัดทำนโยบาย หรือการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจ
ของหน่วยงาน ซึ่งผู้บังคับบัญชาเห็นว่าการเข้าศึกษาอบรมในหลักสูตรนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน
3.2 ผู้สมัครจากองค์กรภาคเอกชน
เป็นผู้ปฏิบัติงานในองค์กรภาคเอกชน ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การบริหารจัดการ การกำกับดูแล การปฏิบัติตามกฎหมาย การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ หรือการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานภาครัฐ ซึ่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจขององค์กรรับรองให้สมัครเข้ารับการอบรมได้ในฐานะตัวแทนขององค์กรภาคเอกชนนั้น ๆ
วิธีการคัดเลือก การพิจารณารับผู้เข้าอบรมเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ
4. วันอบรมและสถานที่
ระหว่างวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ถึงวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2569
เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 วัน ในแต่ละสัปดาห์จะอบรมทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์
(ยกเว้นวันพุธ) วันละ 3 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 17.30 – 20.30 น. และวันเสาร์วันละ 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00 –
16.00 น. โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น 141 ชั่วโมง แบ่งเป็นดังนี้
1. การอบรมและดูงาน จำนวน 141 ชั่วโมง
– การอบรม (129 ชั่วโมง)
– การดูงาน 2 ครั้ง รวม จำนวน 9 ชั่วโมง ดังนี้
ครั้งที่ 1 ดูงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
จำนวน 3 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น.
ครั้งที่ 2 ดูงาน ณ สำนักงานศาลปกครอง
จำนวน 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น.
2. การสัมมนานอกสถานที่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ครั้ง เป็นเวลา 1 วัน *โดยไม่มีการพักค้างคืน
3. การอภิปราย ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการผู้เข้าอบรมโครงการฯ 1 ครั้ง จำนวน 3 ชั่วโมง
4. การทดสอบผู้เข้ารับการอบรมทั้งก่อนเข้ารับการอบรมและหลังจากอบรมเสร็จสิ้นทุกรายวิชา
5. จำนวนที่นั่ง / ค่าลงทะเบียน
– ที่นั่งจำนวน 85 คน เก็บค่าลงทะเบียนคนละ 32,500 บาท
6. เงื่อนไขการรับใบประกาศ
– ผู้เข้าอบรมจะได้รับใบประกาศจะต้องมีเวลาเข้าอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80